27 กรกฏาคม 2569
ธัมโมวาท โดยพระอาจารย์ ยันตระ อมโร
พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราทั้งหลาย จงเรียนรู้เท่าทันโลกโดยไม่ต้องหนีโลก ให้รู้เท่าทันโลกโดยรู้ยิ่งเห็นจริงจะได้ไม่เมาโลก ไม่หลงโลก ถ้าเราไม่ฉลาดแล้ว เราก็แบกโลก แบกอารมณ์ของโลก รับเข้ามาแบก เรื่องอะไร ที่ไหน เอามายัดเยียด มาไว้ในใจหมดเลย หัวใจกลายเป็นยุ้งฉางที่รับภาระหนักบรรจุอะไรต่างๆ เข้าไป จะเห็นได้ว่าคนวางโลกได้สบายกว่าใช่ไหม
เราจะทำอย่างไรทั้งๆมีหน้าที่ เกี่ยวข้องสัมผัสสัมพันธ์กับบุคคลกับเหตุการณ์ต่างๆสิ่งแวดล้อมต่างๆ ในสังคมนี้ เราต้องฉลาดในการวางโลก ทั้งๆที่เราต้องทำการงาน ก็ให้ทำโดยไม่เข้าไปเมาหลงทำแบบฉลาด มีไหมที่เราทำการงานแล้ว เรามีความสะอาด สว่าง สงบ บันเทิงใจ เบิกบานด้วยการทำงาน แล้วอุทิศชีวิตเพื่อการเสียสละ
จะเห็นว่าพระพุทธเจ้าทรงทำงานโปรดสรรพสัตว์ด้วยความไม่เบื่อหน่ายถึง ๔๕ ปีเต็มจนตราบเข้าพระนิพาน และเป็นงานระดับสูงสุดที่เกื้อกูลให้ชาวโลกพ้นจากกิเลส และกองทุกข์ ท่านเสียสละจริงๆโดยไม่หวังเอาอะไรตอบแทนทั้งสิ้น แม้กระทั่งคำขอบใจหรือขอบคุณ และคำรับรองจากใครพระองค์ก็ไม่ทรงต้องการ เพราะพระองค์สิ้นกิเลสแล้ว เมื่อจิตยิ่งโปร่ง ยิ่งกระจ่าง ยิ่งว่าง ยิ่งแรงด้วยกำลัง มีปิติที่เต็มเปี่ยมด้วยความเป็นผู้มีคุณด้วยพระเมตตา ทรงมีพระปัญญาญาณอันยิ่งที่ได้ทำอาสวะให้สิ้นแล้ว