03 สิงหาคม 2569

ธัมโมวาทโดยพระอาจารย์ยันตระ อมโร

 

ปฏิภาณ คือรู้จักไตร่ตรอง ขบคิดพิจารณาหรือมีความใคร่ครวญลึกซึ้งในสิ่งนั้น  ปฏิภาณถึงจะเกิด  ไม่ใช่มารับพรจากท่านแล้วปฏิภาณจะได้เลยทันที เราลองกินๆแล้วก็นอนๆ ปฏิภาณจะมีที่ไหน ก็กลายเป็นกรรมฐานหมู  จริงอยู่เราอาจจะเป็นคนที่มีปัญหาไม่แยบคาย  ไม่สว่างไสว เอาทีเดียว  เราก็ต้องฝึกไปเรื่อยๆน้อมไปพิจารณา หมั่นคิด หมั่นนึก หมั่นหาประสบการณ์ แล้วก็ค่อยๆเรียนรู้หมั่นพิจารณาด้วยความแยบคายในประสบการณ์ต่างๆ  ที่เราเข้าไปเกี่ยวข้องนั้นปฏิภาณจะเกิดขึ้นเอง

 

ใคร่ครวญแล้ว ใคร่ครวญอีก มันจะลึกซึ้ง ความบกพร่องจะน้อยลง  สิ่งที่ไม่รู้ก็จะได้รู้ สิ่งที่รู้แล้วก็รู้แจ้ง  รู้ตลอดยิ่งขึ้น นี่สำคัญมาก คิดเรื่องอะไร คิดเรื่องการเรื่องงานที่เราจะทำ ทำไมมันเป็นอย่างนั้น  ทำไมมันเป็นอย่างนี้ ทำไมคนเราต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องตาย ทำไม คนเราจึงทุกข์เพราะอะไร  อ๋อเพราะมันยึดถือ เพราะความโง่ เมาหลงหมายมั่น ไม่รู้เท่าทันความเป็นจริง ทุกอย่างที่ท่านกล่าวว่า อนิจจัง  ทุกขัง อนัตตา  มันเป็นอย่างไร  ต้องตีให้แตก เห็นให้แจ้ง  ให้ชัด  ตีแตก ตีแยก ตีจนกระทั่งในที่สุดไม่มีอะไรเป็นเครื่องกีดกั้นขวางกั้น สว่างไสวในดวงใจ ชัดแจ้ง ชัดเจนจริงๆ หมายถึง ทำปัญญาให้บังเกิดขึ้น ถ้าเรารู้จักพิจารณาปัญหา  แก้ปัญหา  เราจะเกิดปัญญา เพราะมีปัญหาเข้ามาให้เราแก้ เราขบคิด พิจารณา เราไม่หนีปัญหา เราไม่หนีประสบการณ์ ถ้าไม่ขบคิดพิจารณา ที่ไหนปฏิภาณ ความแข็งแกร่ง ความลึกซึ้ง ความจริง จะเกิดขึ้นล่ะ  ใช่ไหม?