07 สิงหาคม 2569
ธัมโมวาทโดยพระอาจารย์ยันตระ อมโร
โซ่เหล็กล่ามกาย โซ่กายล่ามจิต
บางคนตอบตัวเองไม่ถูกว่ามันต้องการอะไรกันแน่ มันอยากอย่างนี้แล้วก็ยังแสวงหาเหยื่ออันโน้นอีก ต้องเจอกับความซ้ำซาก เจอกับความระหกระเหินทางใจอีก แม้เหยื่อที่ตนเองพึงใจไม่มีอะไรที่เรากินแล้วมันจะพอใจไปได้ตลอดอย่างนั้น มันเบื่ออีก มันเซ็งอีก ซ้ำซากแล้วมันก็อยากหาเหยื่อใหม่ เหยื่อเก่าที่ยังมีเชื้อก็ผลักให้เป็นไฟต่อไปในการสร้างเหยื่อใหม่อีก มันหลอกตัวเองอยู่ร่ำไป
หากว่าใครไม่เข็ดขยาดก็ต้องมาร้องไห้ ต้องมาทุกข์โศกเศร้าหมอง คับแค้น กระสับกระส่าย ด้วยโรคแห่งวิญญาณต่าง ๆ นานา แล้วมาบ่นว่าเรามีเวรมีกรรมจริงหนอ แต่ว่ากำไม่ยอมแบ ไปกำมากมันก็ตำมือ มันเจ็บ กำมาก ๆ มันอุดอู้ มันร้อน ปล่อยวางเสีย เราจะได้โปร่งสบาย ใครผูกเราไว้กับสิ่งใด ๆ ในโลกล่ะ มีแต่เรานั่นแหละ ผูกตัวเองไว้กับสิ่งต่าง ๆ ในโลกนี้ โซ่เหล็กนั้นล่ามกาย แต่โซ่กามนั้นล่ามใจ โซ่ในการหลงอยู่ในเกียรติยศ ชื่อเสียงต่าง ๆ มันล่ามจิตใจของมนุษย์ผู้ใดปลดปล่อยโซ่เหล่านั้นออกเสีย ได้ชื่อว่าเป็นผู้ปลดซึ่งโลกหรือโลกามิสทั้งปวงลงไปได้