04 กันยายน 2569

ธัมโมวาทโดยพระอาจารย์ยันตระ อมโร

 

หลายคนบอกว่า ทำไมข้าพเจ้าก็มีเจตนาเป็นกุศลจิตที่ดี แต่ทำไมจิตยังไม่สงบ ข้าพเจ้าได้ทำบุญมากครั้งแล้ว ได้เสียสละอันโน้นอันนี้ ทั้งทานทั้งศีล ข้าพเจ้าก็เจริญมามากเพราะขาดภาวนามัย

 

ฉะนั้นบุญในพระพุทธศาสนามีทั้งศีลมัย ทานมัย และภาวนามัย ภาวนามัยเป็นบุญอันยิ่งอันสูงสุด พระพุทธเจ้าภาวนาสละกิเลส จึงทำให้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

ทำงานเพื่อผลงาน มิใช่ผลของตน ทำงานเพื่องานยกผลงานความดีให้พระธรรม อย่าเอาผลงานความดีมาเป็นของเราเมื่อไม่มีอะไรเป็นเรา เป็นของเรา ทุกข์ก็ไม่มี ดีก็ไม่เอา เพราะตัวเราไม่มี มีแต่อนัตตา ธรรมา หรือสัพเพ ธัมมาอนัตตา ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา สิ่งทั้งหลายทั้งปวง เป็นของไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนแต่เป็นธรรมะ เป็นของธรรมะ ทุกข์และสุขก็เป็นของธรรมะ

 

ถ้าใครเสียสละสิ่งที่เรารักได้ จิตใจของเราก็มีกำลัง ธรรมดาของรักใครก็สละได้ยาก การแสวงหาสิ่งที่รักที่พอใจจะเป็นวัตถุจะเป็นสิ่งของ จะเป็นบุคคลจะเป็นผัสสะทุกอย่าง คนทั้งหลายย่อมยินดีแสวงหากันเป็นอันมาก แต่การสละสิ่งที่เป็นที่รัก สิ่งที่เป็นที่พึงใจนั้นเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก ใครทำได้ถือว่าเป็นผู้มี�จิตใจเข้มแข็ง และมีใจอันประเสริฐ