05 กันยายน 2569
ธัมโมวาทโดยพระอาจารย์ยันตระ อมโร
พ่อแม่บางคนยังคงให้ความหลงระเริงตามใจแก่ลูกๆ โดยการปล่อยให้ลูกๆและบางทีก็รวมถึงเพื่อนของลูกๆมีอิสระกันอย่างเต็มที่ และยังสนองในทุกสิ่งที่ลูกต้องการให้กับพวกเขาด้วย เด็กๆเหล่านั้นจะโตมาเป็นคนนิสัยเสียอย่างมาก และเมื่อมีคนมาขัดขวางกิเลสตัณหาของพวกเขาจนทำให้พวกเขาไม่ได้สิ่งที่ต้องการ พวกเขาก็จะรู้สึกผิดหวังและทุกข์ทรมาน ให้ระวังเรื่องนี้กันด้วย
เราต้องคอยควบคุม สังเกตและตรวจสอบตัวเอง แล้วละทิ้งกิเลสเสีย พยายามนอนและกินให้น้อยลง เท่าที่จำเป็นเพื่อความอยู่รอดเท่านั้น พยายามพูดให้น้อยลงและปฏิบัติฝึกฝนให้มากขึ้น จงรู้จัก”ยอม”และปล่อยวางให้มากขึ้น หากมีสิ่งใดที่เรายอมได้ เราก็ยอมเสีย หากมีสิ่งใดที่เราปล่อยวางได้ก็ปล่อยวางมันไป
จงพัฒนาความรักและความเมตตากรุณาให้มากขึ้น การเสียสละเป็นสิ่งที่สูงส่งดีงาม มันช่วยยกระดับจิตใจของเราและยังนำไปสู่มิตรภาพที่ยั่งยืนกับผู้อื่น โลกจะน่าอยู่ขึ้นหากเรามีน้ำใจและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จงละทิ้งความเกลียดชังและความเห็นแก่ตัว โดยความเป็นจริงแล้วไม่มีชาวอินเดีย ไทย จีน ลาว หรือชาวตะวันตก มนุษยชาติล้วนแล้วแต่เป็นเพื่อนที่ร่วมทุกข์จากการเกิด แก่ เจ็บ ตาย เท่านั้น เราทุกคนต่างปรารถนาที่จะพ้นทุกข์ด้วยกันทั้งนั้น
เมื่อชาวตะวันตกถามอาตมาว่า “ศาสนาของท่านคืออะไร” อาตมามักจะตอบว่า “ศาสนาของอาตมาคือ ความรักความเมตตา ความเห็นอกเห็นใจ และความเข้าใจผู้อื่น” อาตมานั้นมักจะพยายามทำความเข้าใจในทุกปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อให้เห็นความเป็นจริงในขั้นปรมัตเสมอๆ เพราะหากว่าเรามีความเข้าใจที่ชัดเจนจริงๆแล้วว่ามันเพียงเป็น “ตถตา”(เช่นนั้นเอง) เราก็จะไม่ยึดมั่นถือมั่นสิ่งใดๆอย่างเหนียวแน่น แล้วเราจะสามารถปล่อยให้สิ่งต่างๆ ได้ปรากฏเกิดขึ้นและดับไปตามวิถีแห่งธรรมชาติของมันเอง