08 สิงหาคม 2569
"...ประเทศไทยเราน่ะ
มีการโกงกินคอรัปชั่นอยู่ในระดับ ๑๐๘
นับจาก ๑ ไปนะ
๑๐๘ น่ะ แสดงว่ามากแล้ว
โลกนี้น่ะมี ๑๙๕ ประเทศน่ะ
ประเทศไทยนี่ก็ สอบตก
มีการโกงกินคอรัปชั่นน่ะ
พวกนักบวชโกงกินไป ๖๐ - ๗๐ เปอร์เซ็นต์
ข้าราชการโกงกิน ๖๐ - ๗๐ เปอร์เซ็นต์เหมือนกัน
นักการเมือง ๘๐ เปอร์เซ็นต์น่ะ
ที่หลวงพ่อเกี่ยวข้องกับประเทศไทย เป็นอย่างนี้นะ
เราต้องเข้าใจ กลับมาหาตัวเรานะ
ถ้าเราเอาตัวตนเป็นที่ตั้งน่ะ เราก็คอรัปชั่นเหมือนกัน
นักบวชประเทศศรีลังกาเป็นคนดีที่สุดในโลกนะ
เป็นคนมีปัญญามากที่สุดนะ
นักบวชเกาหลีเป็นคนดีมากที่สุดในโลกนะ เป็นคนมีปัญญาที่สุดในโลกนะ
เราต้องเข้าใจอย่างนี้
ต้องมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัตินะ
เพื่อการประพฤติการปฏิบัติเราจะได้ติดต่อ ต่อเนื่องน่ะ
เราเอาตัวตนเป็นที่ตั้ง มันสมาธิสั้นน่ะ
แล้วแต่อะไรมาจะสัมผัส มันไปกับสิ่งแวดล้อม
เอาตัวตนเป็นที่ตั้ง สติสัมปชัญญะมันไม่มีหรอก
เพราะว่ามันมีแต่ตัว มีแต่ตนน่ะ
ตัวตนนั้นน่ะเขาเรียกว่า 'บิ๊ก บิ๊ก'
'บิ๊ก' คือตัวตนน่ะ
ประเทศไทยมันโง่ มันใช้คำว่า 'บิ๊ก'
พระพุทธเจ้ายกเลิก 'บิ๊ก' มาถึง ๒,๐๐๐ กว่าปีแล้ว พวกนี้มันยังเอา 'บิ๊ก' อยู่
ถ้าเรายกเลิกตัวตนน่ะ ใครจะไม่รักเราน่ะ
หลวงตาบัวบอกว่า
ตัวตนน่ะ มันเหม็นตั้งหลายโลกธาตุนะ
ต้องเข้าใจอย่างนี้
ที่เขาอยากมาเห็นหน้าหลวงพ่อ ก็เพราะหลวงพ่อไม่เอาอะไร
เราต้องเข้าใจอย่างนี้
เราจะได้รู้ว่า
โอ้ เรายกเลิกตัวน่ะ เราถึงจะหายเหม็น
มันก็ดีน่ะ ไปเสียเงินหลายพันเสริมสวยน่ะ
แต่ว่ามันต้องยกเลิกตัวตนด้วยนะ
เราต้องมีความเห็นถูกต้อง
เข้าใจถูกต้อง
เอาตัวตนเป็นที่ตั้ง มันไม่ไหวน่ะ
มันมีความเห็นไม่ถูกต้อง
เข้าใจไม่ถูกต้อง
ไม่มีความสุขในการทำงานเพราะมันมีตัว มีตน
เราจะทำอะไรก็ไม่เป็นไรน่ะ
ขอให้งานนั้นให้เราได้เสียสละน่ะ
อย่างไม่โง่งมงายเป็น 'บิ๊ก' ไป
อุตส่าห์เรียนมาเป็นดอกเตอร์
มาเป็นแค่ 'บิ๊ก' อย่างนี้ ไม่ไหว
เห็นด้วยมั้ย เห็นด้วยมั้ย
หลวงพ่อชาถึงบอกว่า
เราไปไหว้เขาอย่างนี้น่ะ
มันเป็นวิธีการเพื่อให้เขารู้ตัวเองว่าเขาได้เป็นมนุษย์นะ
หรือว่าเป็นพระนะ
เขาจะได้มีสติเสียบ้าง
อย่างนี้เขาเรียกว่าต่อยเป็น
คนที่ถูกไหว้นี่ เขาก็คิดได้ว่า
เรานี่ก็สมควรที่จะทำให้ดีกว่านี้นะ
พวกเป็นเจ้าอาวาสแต่ก่อนมันก็พอ ๆ กันนั้นน่ะ
ทีนี้เมื่อเขาแต่งตั้งให้มันเป็นคนดี แล้วก็ปฏิปทาก็ดีขึ้นนะ
ตำแหน่งที่แต่งตั้งนี้
มันไม่ใช่อย่างอื่น
เพื่อจะยกเลิกตัวตนนะ
ตำแหน่งดอกเตอร์ ก็ยกเลิกตัวตนน่ะ
ถ้ามีตัวมีตน มันก็ต้องหาที่อยู่นะ หลวงพ่อว่า
เพราะตัวตนต้องมีที่อยู่เนอะ
ต้องเข้าใจอย่างนี้
พระพุทธเจ้าบอกว่า
โอ้ เราต้องรู้จัก
เราทุกคนที่เป็นนักบวช ทุกคนดีมากนะ
มาอยู่วัดนี้ต้องตั้งใจฝึกนะ
ต้องมีความสุขกันน่ะ
เน้นมาที่ความคิดของเรานะ
ไม่ดีอย่าไปคิดมันเลย
ถ้าตายก็คงไม่ต้องคิดมันน่ะ
ให้เข้าใจอย่างนี้
มันขี้เกียจ เราก็อย่าไปสนใจมันเลย ให้มันตายดีกว่า
การปฏิบัติมันง่าย
เพราะมันไม่ได้เกี่ยวกับคนอื่น
มันเน้นที่ตัวเรา
เน้นที่ความคิด คำพูด การกระทำ กิริยามารยาท
เราทำอย่างนี้น่ะ
ลูกมันถึงจะไม่เถียงเรา
หลานมันก็จะไม่เถียงเรา
เรามีตัวมีตน ลูกมันก็เถียงเรา
เรามีตัวมีตนน่ะ
เด็กฟันน้ำนมยังไม่ร่วงอย่างนี้
มันก็ออกไปเดินขบวน
เราต้องเข้าใจอย่างนี้
เอาตัวตนเป็นที่ตั้งน่ะ
โอย...จะไปแก้ไขตั้งแต่ภายนอกนะ
พระพุทธเจ้าบอกว่าภายนอกต้องแก้
ใจของเราต้องแก้ไปพร้อม ๆ กัน
ถ้าเราไม่มีความแก่ ความเจ็บ ความตาย เราจะไปปฏิบัติที่ไหน
พระพุทธเจ้าบอกว่าต้องขอบใจความแก่ ความเจ็บ ความตาย ความพลัดพรากน่ะ
เราต้องรู้ข้อวัตร ข้อปฏิบัตินะ
มันขี้เกียจ ก็ต้องฝืนมัน
อย่าให้นิติบุคคล ตัวตนมันอ้วนพีนะ
ตัวตนมันเหม็นสามแดนโลกธาตุนะ
มันเป็นสัญชาตญาณของมัน
ต้องเข้าใจอย่างนี้
เอาตัวตนเป็นที่ตั้งน่ะ ไม่ไหวหรอก
เราพากันไปมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติน่ะ
เรารู้แล้วการประพฤติการปฏิบัติ
เราอย่าเป็นเหมือนคนรวยต่างประเทศ คนมีความรู้ต่างประเทศ
มาอยู่มาบวชกับหลวงพ่อกัณหา หลวงพ่อชาน่ะ ฟุ้งซ่านน่าดูเลย
เมื่อสมัย ๔๐ กว่าปีก่อน
๔๐ ถึง ๕๐ ปีแล้ว
เพราะการปฏิบัติของเรามันเข้มข้น
ใครจะเขียนจดหมายส่งอะไรนี่ ก็ต้องเซ็นเซอร์
ปรากฏว่าพวกนักบวชต่างประเทศพวกมีความรู้มากนี่
เขียนจดหมายออกอาทิตย์ละ ๒ ครั้งหรือ ๓ ครั้ง
ต้องคุมตัวเองให้อยู่นะ..."
หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม
วันอังคารที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๗
💛 #ใจดีใจสบาย 💛
#ธรรมะใจดีใจสบาย
#หลวงพ่อกัณหา_สุขกาโม
#วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม
#LuangPhorGunhah_Sukhakamo
#JaideeJaisabaai #WatSubthawee
บันทึกภาพ & บันทึกธรรม : Kung Isarankura