ธรรมะวันนี้

ธัมโมวาทโดยพระอาจารย์ยันตระ อมโร รูป-นามก็คือกาย-ใจ กายทั้งหมดเป็นรูป ตอนนี้เราระลึกรู้อยู่ภายในใจของเรา จิตที่ดูจิต จิตที่ดูกาย ใจที่กำหนดใจ ใจที่กำหนดกาย หรือจะแยกส่วนออกเป็นอาการที่จะพิจารณาในเรื่องใดสิ่งใด ก็ไม่เกินไปจากรูป-นามหรือกาย-ใจ ในนี้เท่านั้น เมื่อเรามีสติสัมปชัญญะสังเกตอยู่ในปัจจุบันที่ตรงนี้ ขอให้เราทั้งหลายพากันนั่งกำหนดดู กำหนดดูนั่นคือสติและสมาธิ จนกว่าจะตามรู้เห็นสภาวะพร้อมกับความสุขุมที่ลึกซึ้งลงไปกับความสงบที่เรามีความตั้งมั่นขึ้น ตามลำดับที่เราเรียกว่า ปัญญา การดูเฉยๆ หยุดดูเป็นหนึ่ง อยู่ที่จุดใดจุดหนึ่ง ไม่ว่าจะกำหนดลมหรือดูที่ใจ ก็เป็นสมาธิ แต่สังเกตดูจนรู้สภาวะ ตามรู้ ตามดู ตามเห็นสภาวะ จนละวาง ไม่เข้าไปหมายมั่น รู้ความเป็นไปของมัน จนรู้ว่าอะไรเป็นอะไรในสภาวธรรมนั้นๆ และทำใจเป็นกลาง วางเฉยเสียได้ นี่เรียกว่าปัญญา แสดงว่า ปัญญารู้เท่าทันกองสังขาร รู้เท่าทันความเป็นไปในสภาวธรรมของ รูป-นาม กาย-ใจ ​ผัสสะทั้งหลายที่มารวมรู้อยู่ที่ใจ ผัสสะทั้งภายนอกภายในก็ใจนั่นแหละเป็นผู้รู้ทั้งหมด ถ้าไม่มีใจเสียอย่างเดียว เราไม่จำเป็นจะต้องมาบำเพ็ญธรรมะ ถ้าไม่มีจิตไม่มีใจ ก็ไม่ต้องมาแสวงหาอะไรทั้งหมด มันก็เป็นหัวหลักหัวตอ เป็นต้นเสา เป็นแท่งหิน เป็นก้อนแท่งทึบอะไรสักอย่างหนึ่ง แต่เมื่อเรามีจิตใจที่เป็นธาตุรู้อยู่ภายใน ก็อบรมใจนี้ให้รู้แจ้ง รู้จริง ให้รู้ละ ให้รู้ถูก รู้ควร จะได้ไม่หลง เมื่อเรามีตัวรู้ที่ปกติ คือ สะอาด สว่าง สงบ เป็นธรรมชาติที่เยือกเย็นผ่องใสเบาอยู่ภายในชีวิตจิตใจของเรา

ธัมโมวาทโดยพระอาจารย์ยันตระ อมโร ขอให้เราทั้งหลายจงเข้าใกล้บัณฑิต ส่วนพวกที่ยังบกพร่องทำตนเป็นคนพาล เราก็แนะนำเกื้อกูลเขาให้เดินทางถูก แต่เราอย่าไปกระทำกรรมชั่วนั้น ล่วงเกินไปกับเขาด้วย เช่น เขาเป็นคนดื่มเหล้าเมาสุรา เสพยาเสพติด ประพฤติอยู่ในทางอบายมุข คลุกเคล้าคลุกคลีอยู่กับอบายมุข เสเพลอันธพาลเป็นนักเลงหัวไม้ นักเลงผู้หญิง เจ้าชู้เที่ยวกลางคืน ก็อย่าไปร่วมด้วย หรือมีพฤติกรรมอย่างนั้น หรือเป็นคนเกียจคร้านทำการงาน นี่ก็เอาตัวไม่รอดเหมือนกัน ต้องเป็นคนขยันขันแข็ง ให้เข้าใกล้บัณฑิต นึกถึงธรรมะของบัณฑิต นึกถึงชีวิตของเราที่เกิดมาเพื่ออะไร เกิดมาเพื่อหมกมุ่นคิดเสพกามทุกอย่าง หรือเกิดมาเพื่อเขลาเมายศ คิดคดโกงกินกันหรือ นี่หรือจึงชื่อมนุษย์สุดปัญญา ถ้าเกิดมาเป็นมนุษย์แท้ ต้องมีแต่เจริญศีลเจริญธรรมให้ตั้งมั่น เมื่อเราฝึกฝนตนเองอยู่เสมอ ไม่เผลอพลัน จิตดวงนั้นจะเข้าสู่ธรรมะอันเกษม ลึกซึ้งภายในใจเราเอง

ธัมโมวาทโดยพระอาจารย์ยันตระ อมโร ถามใจดู อยู่ตรงไหนก็ดี ทำอะไรกับใครที่ไหนก็ดี ให้ใจดีอยู่เสมอ จงทำดีด้วยใจดีด้วยใจปล่อยวาง เราจะบรรลุถึงความดีอันบริสุทธิ์ในที่สุด แล้วชีวิตจะมีความสุข ความเจริญ ร่มเย็นและเป็นประโยชน์สุขต่อผู้อื่น ชีวิตผู้อื่นต่อสังคมนี้เป็นอันมาก แม้ชีวิตดับไปด้วยดีเพราะวาระสุดท้ายเราได้ทำสิ่งใดก็บันทึกไว้ คนเราจะลืมสิ่งใดได้สนิทก็นึกขึ้นได้เมื่อใกล้ตาย แว้บสุดท้าย เราทำสิ่งใดก็บันทึกเข้าไว้ในนั้นหมด คบคนดี คิดเรื่องดี ประกอบกิจดี นิมิตดีมีความสุข ไม่ฝันร้าย ตื่นขึ้นมาผ่องใส ตายไปเป็นสุข พระองค์ทรงตรัสยืนยันว่าจิตที่มีความไม่เศร้าหมอง มีความผ่องใสแล้ว สุคติต้องเป็นที่หวังได้แน่นอน จิตที่มีความเศร้าหมองแล้ว ทุคติต้องเป็นที่หวังแน่นอน พอจิตหมองแล้ว ไม่ดีแล้ว พอใจของเราไม่สบายอะไร ๆ ก็ไม่สบายหมดจริงไหม ใจดีอะไรก็ดีไปหมด ใจไม่ดีอะไรก็ไม่ดีไปหมด พอใจโปร่ง สว่าง กระจ่าง สงบ ร่มเย็น จะพูดคิดอะไร ก็ดีหมด เป็นศีลเป็นธรรมหมด แล้วเราก็คอยเกลา กาย วาจา พิจารณาจนกระทั่งกาย วาจา ของเราก็ดีหมด พิจารณาอยู่เสมอ พัฒนาในการทำ พูด ความคิดของตนที่ดีงามให้ยิ่งขึ้น

ธรรมะวันนี้

อ่านทั้งหมด >>

“Thai-dhamma.com คลังหนังสือธรรมะ วารสาร นิตยสาร”

หนังสือธรรมะล่าสุด

อ่านหนังสือทั้งหมด

หนังสือธรรมะอ่านเยอะที่สุด

อ่านหนังสือทั้งหมด

หนังสือธรรมะน่าอ่าน

กิจกรรมข่าวสาร