ธรรมะวันนี้

⸻ คำอธิษฐานถึงพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้า… ณ ต้นโพธิ์แห่งแสงสว่าง พระองค์ทรงเปิดหนทาง การตื่นรู้ และจิตสำนึกสากล คือผลแห่งต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ เราทั้งหลายเก็บเกี่ยว และแบ่งปัน เพราะทุกสิ่งที่ได้รับมา ย่อมต้องถูกแบ่งปันกลับคืน เราจะหมุนกงล้อแห่งกรรม เพื่อเข้าถึงพระธรรมสากล ดอกไม้แห่งชีวิตจะผลิบานทั่วทั้งจักรวาล พระพุทธเจ้า โปรดชี้ทางแห่งสันติ ความสงบ และความเพียร เพื่อให้เราสว่างไสวด้วยปัญญาของพระองค์ พระพุทธเจ้า ผู้เป็นดั่งแสงสว่าง พระองค์เสด็จมาในโลก ณ ยุคที่เปิดประตูสู่ความตื่นรู้ในตน การปรากฏของพระองค์ คือสัจจะแห่งจักรวาล เป็นความมั่งคั่งภายใน ที่นำพาให้สรรพสัตว์ก้าวหน้า โปรดเกื้อกูลเราให้ดำเนินบนหนทางอันประเสริฐนี้ หนทางอันสูงสุดของพระองค์ คือเส้นทางสู่เสรีภาพภายใน สัจจธรรมอันสูงสุด คือความจริงแห่งจิตสำนึก สภาวะอันสูงสุด คือความสมบูรณ์ที่เราควรมุ่งไป และมนุษย์อันสูงสุด คือผู้ที่เห็นแจ้งเช่นนั้น พระพุทธเจ้า โปรดให้เราตระหนักว่า “การสละละทิ้ง” คือความสุขแท้จริง ซึ่งไม่อาจได้มา ด้วยการทรมานตน หรือด้วยความรู้ลึกกว้าง แต่เกิดจากสุขอันสงบของสติ และความวิเวกอันประเสริฐ พระพุทธเจ้า โปรดสอนเราให้รู้จักควบคุมกิเลส ชนะความทุกข์ และสงบอารมณ์ทั้งหลาย เพื่อปลุกตนภายในให้ตื่นสู่ความว่างอันสมบูรณ์ เมื่อถึงซึ่งรัศมีแห่งผู้สำเร็จแล้ว เราจะยิ้ม และก้าวเคียงข้างพระองค์ เข้าสู่พระนิพพานอันทิพย์ ณ ที่ซึ่งพระอรหันต์ทั้งหลายดำรงในแดนศักดิ์สิทธิ์ สาธุ บัดนี้ เราจะวางใจลงในความว่าง กราบอาราธนาพระพุทธองค์โปรดช่วยให้เราตื่นรู้ เปิดดวงจิตสู่ความเงียบสงัด เพื่อพบกับสันติภายใน และเราจะเปล่งเสียงศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งปลุกศูนย์พลังทั้งปวง ให้เชื่อมสู่แดนละเอียดสูงสุด… “ซี–โอล” (SI–OL) Written by Danielle Didier Practice by Vesna Jelic

ธัมโมวาทโดยพระอาจารย์ยันตระ อมโร การเป็นอยู่อย่างสมณนี้ ย่อมเป็นไปด้วยความสันโดษเรียบง่ายไม่ติดของฟุ้งเฟ้อ มีความเป็นผู้สงบ ปรกติเย็นเอื้อเฟื้อประโยชน์ตนและผู้อื่นโดยธรรมเพื่อธรรมอันหยั่งความผาสุขทั่วกัน ผู้ที่มีความพอประมาณ รู้จักประมาณตน ทำแต่พอควร เว้นเปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้ทำด้วย ได้ทำบ้างยิ่งกว้างออก ยิ่งกว้างขึ้น เราก็สูงขึ้น และกว้างขึ้น เว้นที่ว่างให้เกิดขึ้นแล้วจะมีพลังมหาศาลที่ว่างแห่งดวงใจมากขึ้น ปล่อยวาง ว่างในการเกื้อกูล จะไม่คับแคบเลยตามเหตุตามปัจจัย จะเป็นไปได้ดียิ่งขึ้น อย่างประเสริฐยิ่งกว่า “ผู้รู้จักประมาณจะพบความไพบูลย์”

ธัมโมวาท โดยพระอาจารย์ ยันตระ อมโร ขอให้ตั้งใจทำความเพียรอีกสักระยะหนึ่ง จงพยายามตั้งใจฝึกใจให้เป็นสมาธิ นั่งอยู่อิริยาบถไหน ลักษณะใด อย่างไร ก็ดูตามเหมาะควร ที่สำคัญคือการฝึกจิตอบรมใจเพราะกิเลสไม่ได้เกิดที่กาย เกิดที่จิตใจ ที่นี่เรานั่งอย่างไร ทรงตัวได้ง่ายได้นานเราก็ทำอย่างนั้น อยู่ในบ้านช่องก็เหมือนกัน ทำหน้าที่ทุกอย่าง ทำงานทุกประเภท ให้มีสติเข้าไปกำหนดอยู่เสมอ คนจะมีลาภ ยศ เกียรติ สรรเสริญสุขในโลกีย์ปานใด ถ้าไม่มีสติแล้วจะไม่มีความสุขเลย ถ้าขาดสติสัมปชัญญะก็คือ คนไม่ปกตินั่นแหละ แม้ยินดีก็เป็นความเริงโลดอย่างหนึ่งของใจ ใจก็มีความหวั่นไหว เสียการทรงตัว และในที่สุด ก็มีอาการกลับเป็นทุกข์ได้อีกเมื่อพลัดพรากหรือที่เรียกว่ามีอาการดับสิ้นไป​ ปิติในเรื่องกินเรื่องกามเรื่องเกียรติ กับปิติเรื่องเมตตา และปัญญานั้นต่างกันมากมาย “โลกียปิติ” เช่น ดีใจเมื่อได้สิ่งที่ถูกใจ นั่นเป็นเรื่องเจือด้วยกิเลสไม่ว่ามันจะเป็นความยินดีปรีดาด้วยอาการที่ถูกใจเพราะได้อะไรตามใจก็ตาม ส่วนปิติในการอุทิศเสียสละและปิติในการเจริญธรรมะนั้นเรียกว่า“ธรรมปิติ” เป็นปิติจากการเห็นความดับไป เห็นความสงบ เห็นความปล่อยวาง เห็นกองสังขาร แล้วในที่สุดก็จะเลื่อนระดับชั้นสูงขึ้น สรุปความว่า ให้เฝ้าดูสังเกตดูตัวเองอย่างเงียบๆ ทุกลมหายใจเข้า ลมหายใจออก โดยไม่เลือกสรรอะไร สังเกตดูด้วยความเป็นกลาง เริ่มต้นจะใช้บทบริกรรมก็ได้ โดยเมื่อหายใจเข้าระลึกว่า “พุทธ” และ ระลึกว่า“โธ” เมื่อหายใจออก นี่เป็นอุบายให้สงบใจได้ในเบื้องต้น ให้นึกแต่“พุทโธ” คิดแต่“พุทโธ”ก่อนก็ได้สำหรับผู้ยังไม่มีความสงบ สำหรับคนที่มีความสงบแล้วก็พิจารณาได้เลย แต่ควรจะทรงตัวรักษาความสงบในสมาธินั้นให้นานเท่าที่จะนานได้

ธรรมะวันนี้

อ่านทั้งหมด >>

“Thai-dhamma.com คลังหนังสือธรรมะ วารสาร นิตยสาร”

หนังสือธรรมะล่าสุด

อ่านหนังสือทั้งหมด

หนังสือธรรมะอ่านเยอะที่สุด

อ่านหนังสือทั้งหมด

หนังสือธรรมะน่าอ่าน