ธรรมะวันนี้

ธัมโมวาท โดยพระอาจารย์ ยันตระ อมโร พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราทั้งหลาย จงเรียนรู้เท่าทันโลกโดยไม่ต้องหนีโลก ให้รู้เท่าทันโลกโดยรู้ยิ่งเห็นจริงจะได้ไม่เมาโลก ไม่หลงโลก ถ้าเราไม่ฉลาดแล้ว เราก็แบกโลก แบกอารมณ์ของโลก รับเข้ามาแบก เรื่องอะไร ที่ไหน เอามายัดเยียด มาไว้ในใจหมดเลย หัวใจกลายเป็นยุ้งฉางที่รับภาระหนักบรรจุอะไรต่างๆ เข้าไป จะเห็นได้ว่าคนวางโลกได้สบายกว่าใช่ไหม ​เราจะทำอย่างไรทั้งๆมีหน้าที่ เกี่ยวข้องสัมผัสสัมพันธ์กับบุคคลกับเหตุการณ์ต่างๆสิ่งแวดล้อมต่างๆ ในสังคมนี้ เราต้องฉลาดในการวางโลก ทั้งๆที่เราต้องทำการงาน ก็ให้ทำโดยไม่เข้าไปเมาหลงทำแบบฉลาด มีไหมที่เราทำการงานแล้ว เรามีความสะอาด สว่าง สงบ บันเทิงใจ เบิกบานด้วยการทำงาน แล้วอุทิศชีวิตเพื่อการเสียสละ จะเห็นว่าพระพุทธเจ้าทรงทำงานโปรดสรรพสัตว์ด้วยความไม่เบื่อหน่ายถึง ๔๕ ปีเต็มจนตราบเข้าพระนิพาน และเป็นงานระดับสูงสุดที่เกื้อกูลให้ชาวโลกพ้นจากกิเลส และกองทุกข์ ท่านเสียสละจริงๆโดยไม่หวังเอาอะไรตอบแทนทั้งสิ้น แม้กระทั่งคำขอบใจหรือขอบคุณ และคำรับรองจากใครพระองค์ก็ไม่ทรงต้องการ เพราะพระองค์สิ้นกิเลสแล้ว เมื่อจิตยิ่งโปร่ง ยิ่งกระจ่าง ยิ่งว่าง ยิ่งแรงด้วยกำลัง มีปิติที่เต็มเปี่ยมด้วยความเป็นผู้มีคุณด้วยพระเมตตา ทรงมีพระปัญญาญาณอันยิ่งที่ได้ทำอาสวะให้สิ้นแล้ว

ธัมโมวาทโดยพระอาจารย์ยันตระ อมโร ศีล อาตมาให้โยมรับศีลก่อนที่จะถวายทานเพื่อให้เราระลึกว่า ศีลของเราบริสุทธิ์ไหม อาตมาพูดได้อย่างเต็มปากว่าถ้าศีลไม่บริสุทธิ์ กายยังทำชั่ว วาจายังพูดชั่ว จิตยังทุจริตอยู่ แม้เราจะให้ทาน มานั่งสมาธิ แต่กายยังทั่วอยู่พูดชั่วอยู่ อาตมาเชื่อเหลือเกินว่า จะไม่เข้าถึงบุญอันประเสริฐเลย บุญนั้นจะกลายเป็นบุญเทียมและอยู่ได้ไม่นานก็จะต้องเสื่อมวิบัติ อาตมาจะเปรียบอย่างไรดี เปรียบเหมือนร่างกายเราเปรอะเปื้อนสกปรก เอาเสื้อผ้ามาใส่แต่ข้างในสกปรกเหม็นอับอยู่ เราห่อหุ้มบังภายนอกไม่ให้เขาเห็น แต่ข้างในเร่าร้อนอ้าวอบอยู่ เดี๋ยวมันก็ส่งกลิ่นออกมา ทำให้ผ้าพลอยอับพลอยเหม็น ในที่สุดก็เกิดโรคอะไรต่างๆเพราะฉะนั้นเราชำระให้ร่างกายเกลี้ยงเกลาเสีย ชำระให้เกลี้ยงกาย เกลี้ยงวาจา และพยายามให้เกลี้ยงใจ ถึงแม้เราละโลภ โกรธ หลง ไม่ได้ หมดแต่เราตั้งใจว่า เราจะไม่เบียดเบียนผู้อื่นแล้ว ตั้งใจมั่นว่าเราจะไม่ล่วงเกินของๆผู้อื่น ตั้งใจมั่นว่าแม้เรายังมีความยินดี แต่เราจะไม่โลภของๆผู้อื่น ถ้ายังโลภก็โลภของๆตัวเอง ในที่สุดก็เจริญธรรมอันเป็นเครื่องสันโดษ คือละความเห็นแก่ตัว และรู้จักพอ เมื่อได้ มี เป็น ในธรรมอันชอบแล้ว ก็เกื้อกูลอุทิศ เสียสละให้เถอะสบายจริงๆ ที่อาตมาได้ปรารภนี้ ก็ขอให้ญาติโยมได้ขบคิดพิจารณา วันนี้อาตมาก็ให้อายุโยมไปแล้วให้วรรณะโยมไปแล้ว แต่โยมต้องไปทำอีกที วรรณะนั้นจึงผ่องใสขึ้นมา

ธรรมะวันนี้

อ่านทั้งหมด >>

“Thai-dhamma.com คลังหนังสือธรรมะ วารสาร นิตยสาร”

หนังสือธรรมะล่าสุด

อ่านหนังสือทั้งหมด

หนังสือธรรมะอ่านเยอะที่สุด

อ่านหนังสือทั้งหมด

หนังสือธรรมะน่าอ่าน