ธัมโมวาทโดยพระอาจารย์ยันตระ อมโร
ศีล อาตมาให้โยมรับศีลก่อนที่จะถวายทานเพื่อให้เราระลึกว่า ศีลของเราบริสุทธิ์ไหม อาตมาพูดได้อย่างเต็มปากว่าถ้าศีลไม่บริสุทธิ์ กายยังทำชั่ว วาจายังพูดชั่ว จิตยังทุจริตอยู่ แม้เราจะให้ทาน มานั่งสมาธิ แต่กายยังทั่วอยู่พูดชั่วอยู่ อาตมาเชื่อเหลือเกินว่า จะไม่เข้าถึงบุญอันประเสริฐเลย บุญนั้นจะกลายเป็นบุญเทียมและอยู่ได้ไม่นานก็จะต้องเสื่อมวิบัติ อาตมาจะเปรียบอย่างไรดี
เปรียบเหมือนร่างกายเราเปรอะเปื้อนสกปรก เอาเสื้อผ้ามาใส่แต่ข้างในสกปรกเหม็นอับอยู่ เราห่อหุ้มบังภายนอกไม่ให้เขาเห็น แต่ข้างในเร่าร้อนอ้าวอบอยู่ เดี๋ยวมันก็ส่งกลิ่นออกมา ทำให้ผ้าพลอยอับพลอยเหม็น ในที่สุดก็เกิดโรคอะไรต่างๆเพราะฉะนั้นเราชำระให้ร่างกายเกลี้ยงเกลาเสีย ชำระให้เกลี้ยงกาย เกลี้ยงวาจา และพยายามให้เกลี้ยงใจ
ถึงแม้เราละโลภ โกรธ หลง ไม่ได้ หมดแต่เราตั้งใจว่า เราจะไม่เบียดเบียนผู้อื่นแล้ว ตั้งใจมั่นว่าเราจะไม่ล่วงเกินของๆผู้อื่น ตั้งใจมั่นว่าแม้เรายังมีความยินดี แต่เราจะไม่โลภของๆผู้อื่น ถ้ายังโลภก็โลภของๆตัวเอง ในที่สุดก็เจริญธรรมอันเป็นเครื่องสันโดษ คือละความเห็นแก่ตัว และรู้จักพอ เมื่อได้ มี เป็น ในธรรมอันชอบแล้ว ก็เกื้อกูลอุทิศ เสียสละให้เถอะสบายจริงๆ ที่อาตมาได้ปรารภนี้ ก็ขอให้ญาติโยมได้ขบคิดพิจารณา วันนี้อาตมาก็ให้อายุโยมไปแล้วให้วรรณะโยมไปแล้ว แต่โยมต้องไปทำอีกที วรรณะนั้นจึงผ่องใสขึ้นมา