ทรงพระกรุณาโปรดสถาปนาเจ้าอาวาสวัดราชาธิวาสวิหาร “พระพรหมวชิรมงคล” เป็น “สมเด็จพระญาณวชิรมงคล”
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดสถาปนา พระพรหมวชิรมงคล ขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะ มีราชทินนามว่า “สมเด็จพระญาณวชิรมงคล โสภณปริยัติวิธานวรกิจ วิจิตรปาพจนวรานุศาสน์ พิลาสวิปัสสนาญาณปรีชา
ไพศาลศาสนกิจดิลก ตรีปิฎกวราลงกรณ์ ธรรมยุติกคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี อรัญวาสี” ตั้งแต่วันที่ ๑๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ สถิต ณ วัดราชาธิวาสราชวรวิหาร พระอารามหลวงกรุงเทพมหานคร โดยมีประกาศ ณ วันที่ ๑๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๙
พระพรหมวชิรมงคล นามเดิม ลือชัย ฉายา คุณวุฑฺโฒ เปรียญธรรม ๗ ประโยค เป็นพระมหาเถระฝ่ายธรรมยุติกนิกาย เจ้าอาวาสวัดราชาธิวาสวิหาร ผู้ถึงพร้อมทั้งคันถธุระและวิปัสสนาธุระ มีบทบาทสำคัญในกิจการพระพุทธศาสนามาอย่างยาวนาน ทั้งด้านการปกครองคณะสงฆ์ การศึกษาพระปริยัติธรรม ด้านวิปัสสนาธุระ การเผยแผ่พระพุทธศาสนา การอบรมศาสนทายาท การศึกษาสงเคราะห์ ตลอดจนการสาธารณูปการและสาธารณสงเคราะห์
พระพรหมวชิรมงคล เกิดเมื่อวันที่ ๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๗๓ ณ บ้านทำนบ ตำบลรำแดง อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา เป็นบุตรคนที่ ๕ ของคุณพ่อหวานและคุณแม่ยก ไสยวรรณโณ ในจำนวนพี่น้อง ๘ คน ต่อมาได้บรรพชาอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดห้วยพุด ตำบลรำแดง อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา นับเป็นอารามที่พระเดชพระคุณให้ความอุปถัมภ์มาอย่างต่อเนื่อง
ด้านการศึกษา พระพรหมวชิรมงคล ศึกษาพระปริยัติธรรมทั้งแผนกธรรมและแผนกบาลี สอบได้นักธรรมชั้นเอก เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๕ ต่อมาสอบได้เปรียญธรรม ๔ ประโยค เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๘ จากสำนักเรียนในจังหวัดสงขลา ก่อนเข้าศึกษาต่อ ณ สำนักเรียนวัดราชาธิวาสวิหาร และสอบได้เปรียญธรรม ๗ ประโยค เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๒
นอกจากการศึกษาคันถธุระแล้ว พระพรหมวชิรมงคล ยังสนใจใฝ่ศึกษาในวิปัสสนาธุระ มาตั้งแต่ครั้งยังเป็นพระนวกะโดยได้เข้าศึกษา รับฟังพระธรรมคำสอน และศึกษาแนวทางปฏิบัติจากพระกรรมฐานผู้เป็นครูบาอาจารย์สำคัญหลายรูป อาทิ พระครูวิโรจน์ธรรมาจารย์ (หลวงปู่มหาปิ่น ชลิโต) พระสุทธิธรรมรังสี (ท่านพ่อลี ธมฺมธโร) พระราชนิโรธรังสี (หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี) พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน)
ในช่วงที่พำนักศึกษาอยู่ในภาคใต้ พระเดชพระคุณได้มีโอกาสพบและศึกษาปฏิปทากับพระครูวิโรจน์ธรรมาจารย์ (หลวงปู่มหาปิ่น ชลิโต) ณ จังหวัดสงขลา ต่อมาได้ติดตามท่านไปปฏิบัติกรรมฐานตามสถานที่ต่าง ๆ ในจังหวัดสงขลา และภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจการสอบพระปริยัติธรรมแผนกบาลีในแต่ละปี ยังได้เดินทางไปปฏิบัติธรรมในพื้นที่จังหวัดพัทลุง ระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม ครั้งละประมาณหนึ่งเดือน ทำให้ได้รับการฝึกฝนข้อวัตรและแนวทางกรรมฐานจากครูบาอาจารย์อย่างใกล้ชิด
พื้นฐานด้านกรรมฐานดังกล่าวได้หล่อหลอมปฏิปทาของพระเดชพระคุณให้เป็นผู้สงบ เรียบง่าย มักน้อย สันโดษ สุขุมรอบคอบ และมั่นคงในพระธรรมวินัย แม้ภายหลังจะมีภาระด้านการปกครองคณะสงฆ์ การศึกษา และการบริหารพระอารามเป็นอันมาก พระเดชพระคุณยังคงให้ความสำคัญแก่การอบรมจิต การภาวนา และการดำเนินชีวิตตามสมณวิสัย
ด้วยเหตุนี้ พระพรหมวชิรมงคลจึงเป็นแบบอย่างของพระมหาเถระผู้ประสานคันถธุระ คือการศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย เข้ากับวิปัสสนาธุระ คือการฝึกอบรมจิตและเจริญปัญญา เพื่อให้ความรู้ทางพระปริยัติธรรมมีรากฐานอยู่บนประสบการณ์แห่งการปฏิบัติ
พระพรหมวชิรมงคล ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชาธิวาสวิหาร เมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๒ ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ เป็นเจ้าคณะแขวงวชิรพยาบาลฝ่ายธรรมยุต เมื่อวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๐ และเป็นกรรมการคณะสงฆ์คณะธรรมยุตภาค ๑๖–๑๗–๑๘ เมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๒
ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นรักษาการเจ้าอาวาสวัดราชาธิวาสวิหาร เมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๒ และดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดราชาธิวาสวิหาร ตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๓ เป็นต้นมา โดยได้ประคับประคองกิจการของพระอารามให้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยมั่นคง พร้อมทั้งธำรงรักษาวัดราชาธิวาสวิหารในฐานะพระอารามสำคัญ ซึ่งมีประวัติศาสตร์และความสัมพันธ์กับสถาบันพระมหากษัตริย์และคณะธรรมยุตมาอย่างยาวนาน
พระพรหมวชิรมงคลปฏิบัติหน้าที่ครูสอนพระปริยัติธรรมแผนกธรรมและบาลี ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๒ เป็นครูใหญ่สำนักเรียนวัดราชาธิวาสวิหาร ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๓๐ เป็นผู้ช่วยแม่กองธรรมสนามหลวง ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๓๖ และเป็นเจ้าสำนักเรียนวัดราชาธิวาสวิหาร ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๓
พระเดชพระคุณยังได้เกื้อกูลการจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย โดยอนุญาตให้มหาวิทยาลัยใช้อาคาร ๑๐๐ ปี พระธรรมวโรดม ภายในวัดราชาธิวาสวิหาร เป็นสถานที่จัดการเรียนการสอน ตลอดจนเป็นกรรมการมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และเป็นกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนวัดราชาธิวาส
พระพรหมวชิรมงคล เป็นวิทยากรอบรมพระธรรมเทศนาจารย์ของคณะธรรมยุต พระธรรมกถิกจารย์ทุนเล่าเรียนหลวง เป็นวิทยากรอบรมพระอุปัชฌาย์ ถวายพระธรรมเทศนาในพระราชพิธี และแสดงพระธรรมเทศนาผ่านสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ตลอดจนเคยดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย
พระเดชพระคุณได้อำนวยการบูรณปฏิสังขรณ์พระอุโบสถ ศาลาการเปรียญ ศาลาโบสถ์แพ และเสนาสนะต่าง ๆ ภายในวัดราชาธิวาสวิหาร รวมถึงการก่อสร้างซุ้มประตูวัด และอาคารพิพิธภัณฑ์มหาราชานุสรณ์ ๒๐๐ ปี แห่งการพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔
พระเดชพระคุณยังได้ให้ความอุปถัมภ์วัดห้วยพุด จังหวัดสงขลา โดยสนับสนุนการสร้างสะพานข้ามคลอง หอฉัน กุฏิ เมรุ ศาลาบำเพ็ญกุศล และศาลาอเนกประสงค์ รวมทั้งให้ความอุปถัมภ์อารามต่าง ๆ จังหวัดกาญจนบุรี และจังหวัดสุโขทัย มาโดยต่อเนื่อง
ลำดับสมณศักดิ์
• วันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระวิสุทธิคณาภรณ์
• วันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๐ เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชธรรมานุวัตร
• วันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๗ เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพปัญญามุนี
• วันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมกวี
• วันที่ ๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองที่ พระพรหมวชิรมงคล